สำหรับผู้ใส่ใจในการรักษาสุขภาพ ทั้งสุขภาพกาย และสุขภาพจิต

ภาวะมลพิษทางอาหาร

ที่มา:สมชัย  บวรกิตติ

ภาวะมลพิษทางอาหาร (food pollution) หมายถึงการที่อาหารและนี้าที่ใช้บริโภคมีสิ่งเจือปน อยู่นอกเหนือไปจากที่มีอยู่ตามธรรมดา, ทำให้เกิด ผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภคที่เรียกว่า food- borne illness เซ่น โรคอาหารเป็นพิษ (food poisoning), โรคพิษเรื้อรังจากการสะสมสารบาง ซนิด (อาทิ โรคพิษสารตะกั่ว), ภูมิแพ้อาหาร (food allergy) และโรคติดเชื้อต่างๆ ทั้งในทางเดินอาหารหรือระบบอวัยวะอื่น

ชนิดของสิ่งปนเปื้อน

สิ่งปนเปื้อนในอาหารมีทั้งสิ่งที่มีชีวิต (อินทรียวัตถุ) และสิ่งไม่มีชีวิต (อนินทรียวัตถุ) อนินทรียวัตถุ ได้แก่ โลหะ (ปรอท, ตะกั่ว, แคดเมียม, โคบอลท์ และทองแดง), สารเคมีปราบศัตรูพืช, และปุ๋ย เป็นต้น อินทรียวัตถุ ได้แก่ จุลชีพต่างๆ ทั้งชนิดที่ก่อโรคติดเชื้อ, ที่สร้างสารชีวพิษทำอันตรายต่อเนื้อเยื่อลำไส้หรืออวัยวะต่างๆ และชนิดที่ผ่านเข้าไปในวงโซ่อาหาร

แหล่งของสิ่งปนเปื้อน

ก. สารมลพิษในอากาศ เช่น จุลชีพก่อโรค, ฝุ่นโลหะต่างๆ และควันหรือฝุ่นสารชีวพิษ อาจเข้าไปปนเปื้อนอาหารที่ใส่ไว้ในภาชนะที่ไม่มีการปกปิด ให้มิดชิด (รูปที่ ๒๒) หรือปนเปื้อนวัสดุที่นำไปใช้ประกอบอาหาร (เช่น พืชผักผลไม้) เชื้อราบางชนิดที่เจริญตามเมล็ดพืชและสร้างสารพิษ เช่น ในกรณีแอฟลาทอกซิน

ข. การใช้สารเคมีปราบศัตรูพืช (เช่น ยาฆ่าแมลง, ยาฆ่าหญ้า) และปุ๋ยทั้งชนิดสารเคมีและปุ๋ยอินทรีย์รวมทั้งมูลสัตว์และอุจจาระคน, ทำให้ปนเปื้อนต่อวัสดุที่นำไปประกอบอาหาร เช่นพืชผัก ผลไม้ และสัตว์

ค. เนื้อสัตว์ที่มีสารก่อโรค เช่น โรควัวบ้า, โรคแอนเธร็กซ์, พยาธิตืด, สารพิษโบทุลินัม ในเนื้อไก่มีเชื้อ สัลโมเนลลา อาหารในตลาดสุเปอร์ประเภทเนื้อสัตว์ เช่น หมู ไก่ แกะ และเนื้อพบ อี. โคไล. ในเนื้อวัวไม่สะอาดพบเชื้อ ลิสเทอเรีย ไส้กรอกมีสารชีวพิษของเชื้อ Clostridium botulinum เกิดภาวะ allantiasis

ง. สารพิษในวงโซ่อาหาร เช่น สารปรอทในสัตว์น้ำ, สารเทโทรโดทอกซิน ในหอย หรือแมงดาถ้วย สัตว์น้ำอีกหลายชนิด เช่น ปลาที่ได้รับสารชีวพิษศิกัวเทอรินในห่วงโซ่อาหาร

จ. สารมลพิษในน้ำ ได้แก่สารพิษในน้ำทิ้งเท จากโรงงานอุตสาหกรรม, จุลชีพจากปฏิกูลและน้ำเสียจากอาคารบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ตัวอย่างได้แก่ โรคท้องร่วงจากปรสิต Cryptosporidium ในน้ำประปาที่เกิดการระบาดในชุมชนบางแห่ง เข้าใจว่าต้นตออยู่ที่ไร่ปศุสัตว์ที่มีวัวเป็นโรค โรคกระเพาะอาหารที่เกิดในคนที่ไปว่ายน้ำหรือทำงานในแหล่งน้ำ โสโครกที่รับระบายน้ำเสียจากบ้านเรือนที่น้ำเข้าปากแล้วกลืนเข้าไป

สาร ฮาโลจีเนเทต ฮัยโดรคาร์บอน PCBs และ ดีดีที ที่ลงไปปนเปื้อนแหล่งน้ำจากพื้นที่การเกษตร หรือโดยทางอากาศ ซึ่งสามารถอยู่ในแหล่งน้ำนานหลายปีเมื่อเข้าไปสะสมในส่วนไขมันยองร่างกายเมื่อถึงระดับเป็นอันตรายอาจถึงเสียชีวิต

โรคเหตุมลพิษในอาหาร

โรคที่เกิดจากอาหาร (food-borne disease) เนื่องจากอาหารมีสิ่งปนเปื้อนที่มีผลร้ายต่อสุขภาพ อาจจำแนกออกได้ตามหัวข้อต่อไปนี้

โรคที่เกิดจากสารพิษในอาหาร

๑. โรคอาหารเป็นพิษ (food poisoning)

เกิดเนื่องจากบริโภคอาหารที่ปนเปื้อนด้วยสารพิษต่อ ลำไส้ (enterotoxin) ซึ่งสร้างโดยจุลชีพหลายชนิด จุลชีพเหล่านี้จะเข้าไปปนเปื้อนและเจริญในอาหารที่เก็บค้างไว้หลังจากเตรียมหรืออุ่นโดยความร้อนต่ำ หรือที่เตรียมแล้วเก็บไว้ในตู้เย็นเป็นเวลานานก่อนนำไปบริโภค อาหารประเภทสลัดและประเภทนม (dairy products) เช่น ครีมมีสารพิษลำไส้ปนเปื้อนบ่อยมาก Staphylococcal gastroenteritis เป็นโรคอาหารเป็นพิษที่พบบ่อย

Vibrio parahaemolyticus เป็นจุลชีพสำคัญ ในอาหารประเภทหอย กุ้ง (shellfish) ที่ทำให้เกิดอาการโรคอาหารเป็นพิษ

อาหารจานด่วนบางชนิด เช่น แฮมเบอร์เกอร์ ที่เตรียมไม่สุกเต็มที่อาจปนเปื้อนด้วยเชื้อ Escher­ichia coli ที่ให้สารพิษต่อลำไส้ดังเคยมีรายงานว่า ทำให้เด็กป่วยและเสียชีวิตหลายรายเมื่อต้นปี ๒๕๓๗ ในมลรัฐวอชิงตัน ขนมจีนเป็นอาหารอีกประเภทที่มีการปนเปื้อนด้วย อีโคไล และ โคลิฟอร์ม บาศิลไล จากการเตรียมที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ทำให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษได้เช่นกัน

Salmonella typhimurium และ S. enteritidis สร้างสารพิษลำไส้ และทำให้เกิดอาการเช่นเดียวกับ อี. โคไล

โรค Pigbel ซึ่งเกิดจากสารพิษของ Clostridium perfringens ทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษรุนแรงมาก อาการท้องร่วงมักมีเลือดปน ทำให้มีอาการเสียเลือด ต่อมามีเยื่อบุช่องท้องอักเสบจากลำไส้ทะลุ

Shigella dysenteriae type 1, Yersinia enterocolitica และ Compylobacter สามารถทำให้เกิดอาการโรคอาหารเป็นพิษได้เช่นกัน

ระยะฟักโรคอาหารเป็นพิษ มีได้ตั้งแต่ ๒-๓ ชั่วโมงจนถึง ๗๒ ชั่วโมง เริ่มด้วยอาการคลื่นไส้ อาเจียนและถ่ายอุจจาระเป็นน้ำ (watery diarrhoea) การตรวจอุจจาระมักไม่พบเซลล์เม็ดเลือดขาวหรือเม็ดเลือดแดง นอกจากรายที่ได้รับพิษชนิดร้ายแรง หรือปริมาณมากจนเกิดอันตรายต่อเยื่อบุเมือก

การรักษา คือการให้สารน้ำและเกลือแร่ชดเชย การให้ยาต้านจุลชีพต้องพิจารณาตามเชื้อก่อโรคเช่น ในรายที่เกิดจากเชื้อ V. parahaemolyticus ควรให้เตตระศัยคลีนร่วมด้วย

๒. โรคโบทุลิสม โรคนี้ในหลายตำราได้จัดเป็นโรคอาหารเป็นพิษ (food poisoning) แต่เนื่องจากอาการหลักของโรคโบทุลิสม เป็นทางระบบประสาทและโรคอาหารเป็นพิษที่คนส่วนใหญ่นึกถึง เป็นอาการทางระบบทางเดินอาหาร ได้แก่คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องถ่ายอุจจาระเป็นน้ำหรือเป็นบิด ใน บทความนี้จึงจัดแยกโรคโบทุลิสมออกมาไว้นอกหัวข้อโรคอาหารเป็นพิษ

โรคโบทุลิสมเกิดจากบริโภคอาหารที่มีสารโบทุลิน ซึ่งเป็นสารพิษต่อประสาท (นิวโรท็อกซิน) สร้างโดยเชื้อ Clostridium botulinum ที่เจริญอยู่ในอาหารกระป๋องที่เตรียมไม่สะอาด (improperly canned food) และอาหารประเภทเก็บรักษา (preserved food) คลอสทริเดียม โบทุลินุม เป็น จุลชีพไม่พึ่งอากาศ, สร้างสปอร์, เจริญอยู่ในดินโคลน, จึงปนเปื้อนอาหารได้ง่าย สปอร์ของเชื้อนี้ทนทานอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเศลเสียสได้ถึง ๒ ชั่วโมง การบริโภคอาหารกระป๋อง, ไส้กรอก, และอาหารหมักดอง ซึ่งปนเปื้อนด้วยเชื้อดังกล่าวที่สร้างสารชีวพิษจะเกิดอาการอัมพาตของประสาทสมองและประสาทเสรีอย่างปัจจุบัน (acute, symmetrical, descending paralysis of cranial and autonomic nerves) คือมีอาการอ่อนแรง, เป็นลมและเสียชีวิตภายใน ๑ วัน อาการอื่นที่พบร่วมได้แก่ปวดท้อง อาเจียน, ปากคอแห้ง, ม่านตาเบิกกว้าง, หนังตาตก, โรคโบทุลิสม ที่เกิดจากบริโภคไส้กรอกที่มีสารชีวพิษมีชื่อเฉพาะเรียกว่าโรคไส้กรอกเป็นพิษ (allantiasis)

. โรคพิษเชื้อรา (มัยโคทอกซิโคสิส)

หมายถึงโรคที่เกิดจากบริโภคอาหารที่ปนเปื้อน ด้วยสารชีวพิษจากเชื้อรา อาทิ โรค alimentary toxic aleukia ที่เกิดจากบริโภคเมล็ดพืชประเภทข้าวที่ ค้างผ่านฤดูหนาวในท้องนาและปนเปื้อนด้วยเชื้อรา สร้างสารชีวพิษ อาทิ Fusarium, Cladosporium, Altemaria, Penicillium, Mucor, Piptocephalis, Trichoderma, Rhizopus, Trichothecium, Thammidium, Verticillium, และ Actinomyces ทำให้เม็ดเลือดขาวในเลือดมีจำนวนน้อยมากหรือไม่ปรากฏเลย

เชื้อรา แอสเพอร์จิลลัล ฟลาฟวัส และ แอสเพอร์จิลลัส พาราลิทิคัส ที่ปนเปื้อนเมล็ดถั่วลิสง, ข้าวโพด และเมล็ดพืชต่างๆ มีสารชีวพิษแอฟลาทอกซิน ซึ่งผู้บริโภคมีโอกาสเกิดตับเน่า, ท่อน้ำดีงอกเกิน และตับแข็ง ถ้าบริโภคเป็นประจำมีการสะสมสารพิษนี้ไว้ในร่างกายนานๆ ก็อาจเป็นมะเร็งตับ หรือมะเร็งท่อน้ำดี

๔. โรคเหตุสารปราบศัตรูพืช สารเคมีที่ใช้ในการปราบศัตรูพืช (pesticide) ที่ใช้ทางเกษตรกรรมส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มฆลอรีนอินทรีย์ ที่มีเสถียรภาพสูงสลายตัวยากจึงปนเปื้อนอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นาน ทั้งบนบกและในน้ำที่ถูกชะล้างโดยนํ้าฝนสู่แหล่งน้ำ สารเคมีกลุ่มนี้มีฤทธิ์ทำลายระบบประสาทกลาง เมื่อคนบริโภคอาหารที่มีสารเคมีเหล่านี้ตกค้างไม่ว่าจะโดยตรงหรือทางโซ่อาหารหากเกินขีดปลอดภัยจะทำให้มีอาการหน้ามืด, เวียนศีรษะ, ท้องร่วง, อาจเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวและเสียชีวิตได้ ถ้าได้รับเข้าสู่ร่างกายในปริมาณน้อยเป็นประจำก็จะสะสมในร่างกายเป็นสาเหตุของเนื้องอกและมะเร็ง อาทิ มะเร็งกระเพาะอาหาร, มะเร็งต่อมลูกหมาก, ลิย์ม์โฟมา ที่ไม่ใช่ฮ็อดจคิน, มะเร็งเม็ดเลือดขาว และมะเร็งเต้านม

ไดออกซิน เป็นสารเฮเทอโรศัยคลิค ฮัยโดร­คาร์บอน พบในอาหารที่ปนเปื้อนด้วยสารฆ่าวัชพืช (herbicide) ซึ่งได้แก่อาหารประเภทเนื้อ นม และ พืชผักผลไม้ สารนี้มีฤทธิ์เป็นสารก่อมะเร็งอ่อนๆ และมีผลทำให้เกิดความผิดปรกติต่อระบบภูมิคุ้มกัน, ระบบสืบพันธุ์และระบบต่อมไร้ท่อ เด็กมีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นมะเร็ง

๕. โรคที่เกิดจากสารฟอกขาว และสารถนอมอาหาร อาหารประเภทพืชผักบางชนิด เช่น ถั่วงอก, ยอดมะพร้าว, ขิงซอย และหน่อไม้หั่นเป็นแว่น มักปนเปื้อนด้วยสารฟอกขาว (sodium dithionite หรือ sodium sulfoxylate) ซึ่งถ้าบริโภคในปริมาณมากพอทำให้เกิดอาการปวดท้องอาเจียน, แน่นหน้าอก, หายใจขัด และแรงดันเลือดลดลงอย่างรวดเร็ว ถ้าได้ปริมาณเกิน ๓๐ กรัมจะเสียชีวิตทันที

อาหารสดประเภทผักสด กุ้งและปลาพบว่ามีการใส่สารฟอร์มาลิน เพื่อถนอมให้สดและอยู่นานโดยไม่เน่าเสีย สารนี้เมื่อเข้าสู่ร่างกายทำให้มีอาการปวดศีรษะ ปวดท้องรุนแรง ปากคอแห้ง, คลื่นไส้อาเจียน, แน่นหน้าอก, ปัสสาวะไม่ออก ถ้าได้รับในปริมาณมากอาจเสียชีวิตได้

๖. กลุ่มอาการภัตตาคารจีน เกิดจากบริโภคอาหารที่ใส่ผงชูรสโมโนโสเดียม กลูทาเมต อาการเกิดขึ้นไม่ทุกคนและความรุนแรงต่างๆ กันขึ้นอยู่กับความทนของแต่ละบุคคล อาการได้แก่ ปวดศีรษะตุบๆ, รู้สึกตึงที่ขากรรไกร ต้นคอ หลังและไหล่, อาจมีปวดหลังด้วย อาการเป็นอยู่ไม่นาน

๗. โรคพิษมันสำปะหลัง มันสำปะหลังมีส่วนเป็นพิษอยู่ที่ส่วนรากหรือส่วนหัว เป็นสารพิษจำพวก cyanogenetic alycoside, saponin. เมื่อบริโภคหัวมันดิบทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน, หายใจขัด, กล้ามเนื้ออ่อนแรง, ชักกระตุก และทำงานไม่สัมพันธ์กัน

๘. โรคเมากลอย กลอยมีส่วนพิษอยู่ที่หัว เป็นสารพิษจำพวก dioscorine. ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน, มึนศีรษะ, ถ้ากินมากอาจหมดสติได้ การเตรียมหัวกลอยให้หมดพิษทำโดยฝานเป็นแผ่นบางๆ แช่น้ำที่ไหลตลอดเวลาประมาณ ๗ วันเพื่อล้างยางออก

๙. โรคพิษโลหะหนัก โลหะหนัก อาทิ ตะกั่ว, แคดเมียม, สังกะสี และปรอท เมื่อลงไปปนเปื้อนน้ำในทะเลจะโดยการทิ้งเทหรือทางอากาศก็ตามจะถูกดูดซึมเก็บไว้โดยพืชและสัตว์น้ำ ซึ่งถ้าสะสมมากจนมีความเข้มสูงก็เป็นอันตรายแก่ผู้บริโภคได้ การดื่มน้ำที่เจือปนด้วยโลหะหนักก็เกิดโรคได้เช่นกัน

จากรายงานของกองอนามัยสิ่งแวดล้อม กรมอนามัย ซึ่งได้ทำการสำรวจปริมาณโลหะหนักในแม่น้ำสายต่างๆ พบว่าน้ำในแม่น้ำปัตตานีมีระดับตะกั่ว สูงถึง ๐.๑๑ มก./ลิตร ซึ่งเกินค่ากำหนดปลอดภัย (๐.๐๕ มก./ลิตร) ถึง ๒ เท่า การศึกษาตะกอนดินที่สะสมที่บริเวณปากแม่น้ำปัตตานีพบว่ามีปริมาณตะกั่วสูงถึง ๒๔๒ มก./ลิตร นอกจากนี้ยังพบโลหะหนักตกค้างในสัตว์ทะเลบางชนิดในบริเวณดังกล่าว อาทิพบ แคดเมียม ในไส้เดือนและกุ้ง, และพบตะกั่วในไส้เดือนและหอยสองฝาอีกด้วย

การศึกษาระดับตะกั่วในเลือดเด็กนักเรียนในจังหวัดยะลาและปัตตานีพบว่านักเรียน ร้อยละ ๒๓- ๙๕ มีระดับตะกั่วสูงเกิน ๑๐ ไมโครกรัมต่อเดซิลิตร เกี่ยวกับโลหะหนักในแม่น้ำปัตตานีได้มีการสรุปว่า เกิดจากกระบวนการทำเหมืองดีบุก ซึ่งชะล้างโลหะหนักลงสู่แม่น้ำ

เกี่ยวกับสารปรอท แม้ว่ายังไม่เคยมีรายงาน โรคมีนามาตะ ในประเทศไทยและมีการสำรวจน้ำ และตะกอนดินบริเวณชายฝั่งทะเลเขตนิคม อุตสาหกรรมแหลมฉบังและมาบตาพุดซึ่งพบว่ายังไม่เกินค่ากำหนดความปลอดภัย, และได้พบว่าแหล่งกำเนิดของการปนเปื้อนคือโรงงานอุตสาหกรรมปิโตรเคมี และแหล่งขุดเจาะก๊าซธรรมชาติ สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือการกระจายตัวของสารปรอทที่เข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อาหารโดยเฉพาะแพลงค์ตอน ซึ่งเป็นอาหารของสัตว์น้ำทุกประเภท

โรค มินามาตะ เกิดขึ้นจากการบริโภคปลา กุ้ง หอยและสัตว์น้ำที่ได้รับสารปรอทจากแพลงค์ตอน อาการโรคเกิดจากสมองและระบบประสาทกลางถูกทำลาย

โรค ไข้น้ำดำ เกิดจากบริโภคน้ำหรืออาหารที่ปนเปื้อนด้วยสารหนูในปริมาณที่สูงกว่าเกณฑ์ปลอดภัย โรคนี้พบประปรายที่อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราชเนื่องจากประชาชนได้รับสารหนูสะสมในร่างกายอย่างต่อเนื่องจากบริโภคน้ำจากบ่อน้ำตื้น และพืชผักผลไม้และเนื้อสัตว์ทางห่วงโซ่อาหาร

๑๐. กลุ่มอาการกระเพาะอาหารลำไส้และ พิษต่อประสาท (gastrointestinal and neurotoxic syndromes) ประกอบด้วยอาการคลื่นไส้รุนแรง, อาเจียน, ปวดท้องรุนแรง, ปวดเบ่งรุนแรง และถ่ายอุจจาระเป็นน้ำ, ร่วมกับอาการชาที่ริมฝีปาก ภายในปาก และแขนขา, ความรู้สึกร้อนหนาวผิดไปจากธรรมดา เมื่อสัมผัสเย็นรู้สึกแสบร้อน, ปวดกล้ามเนื้อ, เดินเซ, มีอัมพาตปวกเปียก, ผื่นผิวหนัง, และลงท้ายมีอาการทางระบบหัวใจและการไหลเวียนเลือด กลุ่มอาการนี้มี ๓ แบบคือ กลุ่มอาการศิกัวเทอรา, โรคพิษเทโทรโดทอกซิน และโรคอัมพาตจากหอยพิษ

โรคติดเชื้อจุลชีพในอาหาร

๑. โรคติดเชื้อระบบทางเดินอาหาร

การบริโภคอาหารหรือน้ำที่มีสิ่งปนเปื้อนด้วยจุลชีพก่อโรคบางชนิด อาจทำให้เกิดโรคติดเชื้อในทางเดินอาหารได้หลายอย่าง เช่น โรคท้องร่วง, กระเพาะอาหารและสำไส้อักเสบ, อหิวาตกโรค, ไข้รากสาดน้อย, ไข้รากสาดเทียม, โรคบิดและโรคตับอักเสบ โรคต่างๆ เหล่านี้หาอ่านได้ในตำราแพทย์ มาตรฐานทั่วไป ในบทความนี้จะนำมากล่าวเพียงบางโรคเป็นตัวอย่างเท่านั้น

โรคท้องร่วงจากเชื้อ อี. โคไล อี. โคไล เป็นแบคทีเรียที่มีอยู่ในลำไส้ของสัตว์และมนุษย์ ซึ่งโดยปรกติมีประโยชน์ต่อร่างกายเช่นเป็นตัวขัดขวางการ เจริญเติบโตของเชื้อก่อโรคที่เข้ามาในลำไส้ และช่วยสร้างวิตามินบางชนิด แต่ อี. โคไล บางสายพันธุ์ก็ทำให้เกิดโรคได้ โดยเฉพาะเมื่อออกไปเจริญอยู่นอกร่างกายและปนเปื้อนอาหารดังกล่าวในหัวข้อโรคอาหารเป็นพิษ เชื้อที่ก่อโรคได้รุนแรงคือ E. coli 0157 H7 ซึ่งสร้างสารพิษทำให้เกิดอาการท้องร่วงรุนแรงและถ่ายอุจจาระเป็นมูกเลือดคล้ายที่เกิดจากแบคทีเรียเชื้อบิด ในเด็กเล็กมีอาการรุนแรงมาก เกิดเม็ดเลือดแดงแตกและภาวะไตล้มเหลว ในคนสูงอายุเกิดภาวะตกเลือดจนถึงเสียชีวิต โรคท้องร่วง จาก อี. โคไล ๐๑๕๗ เอ็ช ๗ นี้ มีการระบาดประปรายหลายครั้งในประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา และออสเตรเลีย เมื่อไม่นานมานี้มีการระบาดรุนแรงในประเทศญี่ปุ่น และมีผู้ป่วยเสียชีวิตหลายราย ในประเทศไทยยังไม่พบมีการระบาด สาเหตุมักเกิดจากบริโภคนมดิบหรืออาหารประเภทเนื้อดิบหรือดิบๆ สุก ๆ

โรค Cryptosporidium เคยมีรายงานการระบาดโรคท้องร่วงรุนแรงในรัฐมิลวอกี ประเทศสหรัฐอเมริกา, ซึ่งจากการสอบสวนพบว่าเกิดจากดื่มน้ำประปาที่ผลิตจากแหล่งน้ำที่ปนเปื้อนจากฟาร์มปศุสัตว์ ที่มีสัตว์เป็นโรค

วัณโรคในทางเดินอาหาร ในสมัยก่อนผู้ป่วยวัณโรคปอดระยะที่เป็นมาก กลืนเสมหะตนเอง ทำให้เกิดวัณโรคได้ตั้งแต่หลอดอาหารจนถึงลำไส้ใหญ่ดังนั้นในกรณีที่ผู้ป่วยวัณโรคปอดไอเชื้อวัณโรคลงไปในอาหารจะเป็นขณะเตรียมอาหาร หรือนำอาหารไปบริการ หรือโดยผู้ร่วมกินอาหารก็น่าจะพบอุบัติการวัณโรคได้ โอกาสเสี่ยงจะสูงขึ้นในผู้ที่มีภูมิต้านทานโรคตา อาทิ ผู้ป่วยเบาหวาน, ผู้ป่วยโรคติดเชื้อเอ็ชไอวี, และผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยยาคอร์- ติโคสทีรอยด์ ระยะยาว เป็นต้น

วัณโรคหลอดอาหาร แม้พบไม่บ่อย ก็เคยมีรายงานประปราย อาการทั่วไปเหมือนวัณโรคระบบอื่น แต่มีอาการสำคัญร่วมคือการกลืนลำบาก

วัณโรคลำไส้พบที่บริเวณไอลีโอศีคัล คลำได้ก้อนในแอ่งไอลิเอค ขวา, กดเจ็บไม่รุนแรง, ก้อนเลื่อนที่ได้, บางรายมีอาการของลำไส้อุดกั้นไม่รุนแรงในเด็กมักคลำได้ก้อนต่อมน้ำเหลืองมีเสนเทอริค ในแนวกลางท้องด้วย

เฮลิโคแบคเตอร พัยลอไร เป็นแบคทีเรียทรงแท่งแกรมลบ, ขดเป็นรูปตัวเอสหรือตัวยู, เจริญได้ดีในสภาวะที่มีปริมาณออกซีย์เจนน้อย มีหลักฐานว่าก่อโรคกระเพาะอาหารอักเสบ, แผลเปื่อยเป็ปติค และมะเร็งกระเพาะอาหารได้ สันนิษฐานว่าแพร่เชื้อทางปากสู่ปาก (oral-oral) และโดยบริโภคอาหาร และน้ำที่ปนเปื้อนอุจจาระมีเชื้อ (fecal – fecal)

โรคหนอนพยาธิ ได้แก่ โรคพยาธิใบไม้ลำไส้ Fasciolopsis buski ที่มีระยะติดต่ออยู่บนกระจับ, สายบัว, ผักบุ้งไทย, ผักตบและแห้ว เมื่อคนนำไป บริโภคดิบๆ ทำให้เกิดโรคได้ อาการสำคัญได้แก่ ปวดท้อง, ท้องเดินและน้ำหนักตัวลด ถ้าเป็นมากจะเกิดภาวะขาดอาหาร, บวมและท้องมาน, และเสีย ชีวิตได้ ถ้ามีจำนวนพยาธิไม่มากอาจไม่มีอาการ

โรคพยาธิใบไม้ตับ เกิดจาก Opisthorchis viverini เป็นกับคนที่ชอบบริโภคปลาน้ำจืดที่เตรียมอย่างดิบๆ สุกๆ ถ้ามีพยาธิน้อยอาจไม่มีอาการ รายที่เป็นมากเกิดจากท่อน้ำดีอุดตันและมะเร็งท่อน้ำดี

๒. โรคเอนเทอโรไวรัส

ไวรัสในกลุ่ม Enterovirus ได้แก่ ไวรัสโปลิโอ, ไวรัสค็อกซ์แสคคี เอ ๑-๒๔ และ บี ๑-๖, ไวรัส เอคโค ๑-๓๔, และเอนเทอโรไวรัส ๖๘, ๖๙, ๗๐ และ ๗๑ การแพร่โรคเกิดโดยการบริโภคอาหาร และน้ำที่มีเชื้อปนเปื้อน (fecal-oral) เชื้อกลุ่มนี้มักทำให้เกิดโรคเยื่อหุ้มสมองและสมองอักเสบ, มีผื่นผิวหนัง อัมพาตกล้ามเนื้อ และมีการระบาดเป็นหย่อมเป็นกลุ่มในชุมชน

โรค (หรือกลุ่มอาการ) แฮนด์ ฟุต แอนด์ เมาธ์เคยมีรายงานตั้งแต่ปี ๒๕๐๐ เชื้อก่อโรคที่แยกได้ในครั้งนั้น คือ คอกซ์แสคคีไวรัส เอ๑๖, เอ๑๐, เอ๕ และ เอ๙ ปัจจุบันพบการระบาดจากเชื้อเอนเทอโรไวรัส ๗๑ โรคนี้มักพบในเด็กอายุต่ำกว่า ๕ ขวบ ระยะฟักโรค ๓-๖ วัน เริ่มแรกมีอาการไข้ต่ำๆ (หรือไม่มีก็ได้), เจ็บคอหรือเจ็บในปากและเบื่ออาหาร หลังจากนั้นโรคจะดำเนินอย่างรวดเร็ว มีตุ่มนูนแดง หรือตุ่มใส หรือมีทั้ง ๒ ชนิดปรากฏที่มือและเท้า รวมที่ฝ่ามือฝ่าเท้าทั้งสองข้าง ในทารกอาจออกผื่นแบบแมคูล หรือปื้นนูนแดงตามตัว, สะโพกและแก้มก้น, แผลในปากเป็นแบบปากอักเสบ aphthous อาจพบที่ลิ้นและเยื่อเมือกอื่นด้วย อาการอื่นได้แก่ปวดศีรษะ อาเจียน ท้องเดิน กระสับกระส่าย ในรายรุนแรงจะมีอาการและอาการแสดงของระบบประสาทกลาง และเยื่อหุ้มสมองอักเสบ หากไม่มีภาวะแทรกซ้อนประมาณ ๑ สัปดาห์ อาการจะค่อยๆ ทุเลาลงเป็นลำดับ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบที่เกิดขึ้นแทรกซ้อน ทำให้เสียชีวิตได้

การวินิจฉัยโรคอาศัยวิทยาการระบาดและเพาะ เชื้อไวรัสจากตุ่ม จากคอ จากอุจจาระ และการทดสอบปฏิกิริยาน้ำเหลือง การตรวจสารน้ำหล่อสมอง ไขสันหลังพบเม็ดเลือดขาวลิย์มโฟศัยต์ จำนวนมากบ่งว่าเป็นเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากไวรัส

การรักษาเป็นการรักษาตามอาการ

๓.  โรคพยาธิใบไม้ปอด

เกิดจากพยาธิ พาราโกนิมัส เวสเทอร์มาไน และ พ. เฮเทอโรทรีมัส พยาธิระยะติดต่ออยู่ในปูน้ำจืด จึงพบในคนที่ชอบบริโภคปูดิบ พยาธิตัวเต็มวัยอยู่ในปอด ออกไข่ปนออกมากับเสมหะที่ไอออกมา หรือถูกกลืนลงไปในทางเดินอาหารแล้วขับออกมากับอุจจาระซึ่งลงไปแปดเปื้อนแหล่งน้ำ ทำให้มีการเจริญของไข่ไปเป็นระยะติต่อ

อาการผู้ป่วยเป็นแบบที่เรียกว่าโรคเรื้อรังไม่รุนแรง, อาจรู้สึกอึดอัดหน้าอกในช่วงเช้า, ไอมีเสมหะเหนียว สีน้ำตาลแกมแดงหรือเหลืองทอง

โรคภูมิแพ้อาหาร (food allergy)

เป็นโรคที่เกิดอาการหลังจากบริโภคอาหารบางชนิด ในบุคคลบางคน โดยจะเกิดอาการค่อนข้างฉับพลันเพียงอาหารเข้าในปากหรือภายในเวลาไม่กี่ นาทีหรือไม่ถึงชั่วโมง, และเป็นซํ้าเมื่อกลับไปบริโภคอาหารที่แพ้อีก โดยความเป็นจริงแล้วโรคภูมิแพ้อาหารมิได้เกิดจากอาหารที่ปนเปื้อนด้วยสารมลพิษในอาหาร แต่อาการแพ้นั้นเป็นปฏิกิริยาต่อส่วนประกอบในอาหารที่คนปรกติทั่วไปไม่เกิดอาการ อาหารที่ทำให้เกิดอาการบ่อย ได้แก่ อาหารทะเล, นมวัว, ไข่, เครื่องดื่มมีแอลกอออล, ข้าวสาลี, ข้าวโอ๊ต, และอื่นๆ

อาการ ได้แก่ หอบหืด, คัดจมูก, จาม, ผื่น คันที่ผิวหนังแบบลมพิษ, คันตา, หน้าบวมคัน และท้องเสีย อาเจียน รายรุนแรงอาจช็อคค์และเสียชีวิต จากการหายใจ และหรือระบบหัวใจหลอดเลือดล้มเหลว

↑ กลับสู่ส่วนบนของหน้า